หน้าเปิด
พอใกล้ถึงเวลาแสดงคนมากมายจนจิวจิกะบอกว่าสภานักเรียนของที่นี่ได้รับความนิยมดีจริงๆ แถมดูเหมือนที่มาก็ไม่ได้สนใจดนตรี อนิเม หรือไอดอลด้วยล้วนแล้วแต่เพราะสภานักเรียนทั้งนั้น ตอนนั้นโซเมกิเห็นซากิมองไปรอบๆก็เลยถามว่ามีคนรู้จักอยู่งั้นเหรอ ซากิบอกมีพวกตัวอันตรายอยู่หลายคนเลยจนบอกเลยว่าการจะทำให้ดึงดูดได้นั้นยากซะแล้ว
ด้านพวกมุนาคาตะที่มา โคกะบอกแปลกใจอยู่บ้างที่สภานักเรียนจะเล่นหลังจากพวกมืออาชีพแบบนี้ยิ่งยากใหญ่ แต่เพื่อเป็นการเริ่มต้นของการเอาชนะเมดากะเลยบอกเซ็นคิจิเองเอื้อมโชคชะตาของตัวเองให้ก้าวข้ามจุดนั้น ทางมุนาคาตะบอกหากใครที่ไม่รูสึกถึงความรักไม่ว่าเพศไหนก็คือไร้เพศและมุนาคาตะคิดว่าเมดากะเป็นแบบนั้น มุนาคาตะอ้างถึงตอนที่โอโดะล้างสมองเมดากะแต่เมดากะก็ยังไม่ตกหลุมรักโอโดะเลยมุนาคาตะจึงคิดว่าอธิบายได้ว่าเมดากะไม่อาจตกหลุมรักได้มาแต่แรก หากเป็นเช่นนั้นจริงมุนาคาตะก็ไม่ชอบใจกับเส้นทางนี้เลยเพราะแบบนั้นเส้นทางของเซ็นคิจิจะนำไปสู่ความเศร้า
ทางนาเซะบอกเมดากะนั้นมีความคิดแบบผู้มาโปรดแบบที่คนรู้สึกต้องช่วยคนอื่น พูดได้ว่าเมื่อช่วยคนอื่นให้มีความสุขตัวเองก็มีความสุขซึ่งนาเซะบอกง่ายต่อความเข้าใจ
นาเซะบอกไม่ได้หวังว่าเซ็นคิจิกับเมดากะจะไปกันได้แต่ก็เชื่อว่าจะทำได้และคิดว่าแบบนี้จะทำให้เมดากะรู้สึกมีความสุขด้วย โคกะก็บอกถึงปรากฎการณ์บางอย่าง(แปลไม่ออกแถมหาอธิบายไทยก็ไม่ได้ด้วยแต่เกี่ยวกับเวลา) นาเซะบอกโคกะว่าไม่ใช่แล้วและบอกไม่ใช่ว่าเพราะนาฬิกาช้าลงสำหรับเธอคนนั้นแต่เหมือนเวลาจะหยุดเพื่อเธอ(เมดากะ)เลย เมดากะที่อยู่มุมหนึ่งของห้องตอนนั้นก็มีคนเข้ามาทัก
นั้นคืออันชินอิงที่คราวนี้แต่งชุดแบบผู้หญิงทั่วไป ทางอันชินอิงเองก็ถามเรื่องเสื้อผ้าของเมดากะเหมือนกันว่าทำไมแต่งแบบนี้ เมดากะบอกถ้าเซ็นคิจิเล่นห่วยเธอก็จะใช้แผน B คือขึ้นไปบนเวทีและเต้น BGM ทำให้อย่างน้อยคนรู้สึกสนใจ อันชินอิงก็บอกเป็นไอเดียที่ดีแต่บอกเลยว่าไม่จำเป็นเพราะเธอได้ฝึกเซ็นคิจิอย่างดีเลย
จึงบอกให้เมดากะหาที่นั่งพักและคอยเชียร์ได้เลย และตอนนั้นม่านเวทีก็เปิดโดยเป็นวงของซากิแต่อุปกรณ์และชุดนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องดนตรีคลาสิคทั้งนั้น จิวจิกะ ที่ปกติเล่นกลองก็มาเล่นทิมปานี่ โซเมกิที่ปกติเล่นกีตาร์ก็มาเล่นดับเบิ้ลเบสเชลโล ซากิก็ยังถือทูบาขนาดใหญ่ด้วย
กลายเป็นวงคลาสิคจนทุกคนต่างงงกันไปหมด ทางพวกซากิที่ทำแบบนี้ก็เพื่อทำให้ตกใจเท่านั้น อันชินอิงเห็นก็ไม่ได้คิดว่าแย่และรู้ว่าเพื่อให้แปลกใจแต่คิดอยู่ว่าแล้วจำทำยังกับเสียงของเครื่องดนตรีทั้งสามอย่างนี้
แล้วจิวจิกะก็ร้องออกมาทุกคนก็ตะลึงเพราะเสียงของเธอนั้นราวกับเปียโน มากุโระเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าจะใช้ความสามารถของรักพากย์ได้ขนาดนี้ จากสามเครื่องดนตรีทรีโอก็จะกลายเป็นควอเต้ ถึงเสียงจะไม่สมบูรณ์แบบอย่างเปียโนจริงๆแต่ก็คงมีแค่ราวๆ 20 คนเท่านั้นที่บอกได้ถึงความแตกต่าง
แล้วโซเมกิก็เล่นเชลโลของเธอเพื่อสร้างความประทับใจให้เพิ่มทับถม 20 คนนั้น ทุกคนก็ตะลึงที่โซเมกิเล่นเชลโลแบบนี้ได้และเล่นได้อย่างร่าเริงอีก และสุดท้ายทางซากิ
ซากิก็เริ่มเป่าบ้าง อันชินอิงรู้ว่าทูบาของซากินั้นเล่นยากที่สุดในบรรดาเครื่องดนตรีทองเหลืองและที่เล่นก็ไม่ใช่ดนตรีคลาสิคแต่ซากิก็ทำให้รู่สึกได้ให้เกิดกว่าเสียง ทำให้คนต่างเชียร์เธอ
อันชินอิงบอกดนตรีนี้เป็นการเคารพแต่ไม่สนุกและไม่มีทางที่เมดากะลองแบบนี้ได้ เมดากะยอมรับ เมดากะเองก็แปลกใจที่พวกซากิแสดงแบบนี้เพราะเป็นการเน้นที่ตัวผู้เล่นมากกว่าแต่ก็เชื่อว่าน่าจะดีกว่าเล่นตามปกติ และเมดากะก็สนุกแต่ก็ไม่รู้สึกว่าจะเป็นชั่วนิรันดร์สุดท้าย พวกซากิรู้ถึงสิ่งนี้ถึงทุกคนจะเชียร์ออกมาแต่ก็จะลืมพวกเธออย่างรวดเร็ว ถึงจะน่าอายที่สนุกกับการแสดงนี้แต่ก็แล้วไง
พวกเธอจะอยู่ในที่ๆเอื้อมถึงและเป็นที่นิยมทั่วไป แล้วซากิก็.......
หลังจากแสดงเสร็จซากิก็มาอายตัวเองที่ไปโชว์หน้าอกแบบนั้น ตอนนั้นอาคุเนะก็เอาเครื่องดื่มมาให้ซากิก็เปลี่ยนท่าทีได้เร็วสุดๆผมกับเป็นมืออาชีพ
อาคุเนะชมที่เล่นดนตรีป๊อปด้วยเครื่องดนตรีคลาสิค ทางพวกซากิเองก็ขอโทษที่เปลี่ยนกำหนดการและบอกเป็นความคิดของซากิที่อยากเล่นแบบนี้เพื่อให้บางคนเข้าถึงดนตรีและอยากเปลี่ยนโทนในแบบคลาสิค ทางอาคุเนะก็คิดว่าหากพวกซากิเห็นว่าดีก็ยังไงก็ได้ และที่อาคุเนะมาก็เพื่อพูดกับโซเมกิเพื่อขอร้องอะไรหน่อย บอกว่าพอได้เห็นมืออาชีพแบบนี้แล้วเขาก็อยากจะเอาจริงขึ้นมานิดๆแล้ว
ด้านคิไคจิมะที่นั่งตัวสั่นที่ริมกำแพง พอเซ็นคิจิเข้าไปคุยและบอกนักกีฬาอย่างคิไคจิมะไม่น่าจะตัวสั่นเวลาจะได้ขึ้นเวทีแบบนี้ แต่คิไคจิมะบอกว่ายน้ำกับร้องเพลงมันคนละเรื่องกันเลย คิไคจิมะบอกเซ็นอิจิทำแบบนี้เพื่อสะดวกตัวเอง ทุกอย่างแย่ลงเพราะเซ็นคิจิสู้กับเมดากะแล้วทำไมถึงคิดว่าพวกเธอจะช่วยเซ็นคิจิ เซ็นคิจิบอกอย่าพุดแบบนั้นเพราะถ้าพูดแบบนั้น
เซ็นคิจิบอกให้คิคไจิมะตะโกนไปเลยให้ไม่ว่าใครก็ไม่อาจเอื้อทถึงเสียงตะโกนของคิไคจิมะ ทำให้เมดากะฟังความรู้สึกของคิไคจิมะ คิไคจิมะก็เลยคืนไมค์ให้เซ็นคิจิ เซ็นคิจิถามว่าจะไม่ใช่ดวลเลยเหรอ คิไคจิมะบอกเธอจะไม่ใช่ไมค์และเซ็นคิจืก็ไม่ต้องใช้ด้วย แล้วคิไคจิมะก็เดินไปไหนสักแห่ง
พอถึงเวลาแสดงม่านก็เปิดออกปรากฎคิไคจิมะในชุดว่ายน้ำจนคนต่างสงสัยและคิไคจิมะก็เริ่มสูดลมหายใจ
จบตอน
0 ความคิดเห็น:
Post a Comment