Tuesday, February 14, 2012

[Spoil] Bakuman - 166



ต่อจากตอนที่แล้ว ชูจินกับมิโยชิที่ได้เห็นเครดิตนักพากษ์ของอนิเมเรื่อง "ด่วน 12" เลยพึ่งรู้ว่าริริกะก็พากษ์เรื่องนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่มิโฮะนักตัวนางเอกของเรื่อง ชูจินเลยพึ่งรู้ว่าริริกะรู้จักกับมิโฮะ เห็นแบบนี้ชูจินเลยขอเข้าไปดูใน blog ของริริกะดูหน่อย มิโยชิก็ไม่เข้าใจว่าชูจินจะเข้าไปดูทำไมถึงแบบนั้นชูจินก็เหมือนติดใจ และก็อย่างที่ชูจินคิดชูจินเห็นข้อความที่ริริกะโพสเอาไว้ที่พูดถึงความสัมพันธ์ของมิโฮะกับไซโคแม้จะไม่ได้ระบุชื่อมิโฮะก็ตามแต่พวกชูจินก็รู้ได้ทันที

ชูจินเห็นแบบนี้ท่าไม่ดีเลยรีบโทรหาไซโคบอกเรื่องที่ริริกะพากษ์ในเรื่อง "ด่วน 12" ด้วยแต่ไซโคยังไม่เข้าใจ ชูจินเลยบอกให้ไซโคดู blog ของริริกะไซโคก็เลยไปเปิดคอมดูตามที่ชูจินบอก ทันทีที่เปิดดูไซโคถึงกับตกใจและบอกจะรีบโทรหาคาโต้เพื่อไปบอกให้ริริกะรีบลบที่โพสไว้ออกโดยเร็ว ทางคาโต้ที่รู้เรื่องก็ตกใจจนรีบโทรไปบอกริริกะให้ทันทีและข้อความที่ริริกะโพสไว้ก็ถูกลบไป แต่นั้นก็ยังทำให้ไซโคเป็นกังวลอยู่



วันต่อมาคาโต้ที่มาทำงานก็ขอโทษพวกไซโคยกใหญ่และบอกริริกะให้แล้วว่าอย่าทำอะไรแบบนี้อีก พวกไซโคก็ไม่ได้ต่อว่าอะไร ชูจินเองก็คิดว่าน่าจะถือเป็นโชคดีที่ริริกะยังไม่ใช่นักพากษ์ที่มีชื่อเสียงอะไรมากและเห็นเร็วด้วยแค่สองวันหลังจากที่โพสไปก็เลยคิดว่าไม่น่าจะต้องเป็นห่วง ไซโคก็คิดว่าคนอื่นคงเข้าใจว่าที่หนึ่งใน อาชิโรกิ มุโตะ แต่งงานแล้วและอีกคนมีแฟนแล้วก็แค่นั้น แต่ชูจินได้ยินไซโคพูดแบบนี้ก็เลยรีบเข้าไปกระซิบไซโคบอกว่าถึงแบบนั้นแต่หากคนรู้เข้าว่าแฟนของไซโคเป็นมิโฮะมันจะเป็นปัญหาใหญ่ เพราะนักพากษ์หญิงสมัยนี้จะมีแฟนติดตามเยอะเพราะงั้นแค่เรื่องที่เจ้าตัวมีแฟนแล้วแดงขึ้นมาก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว ไซโคเห็นชูจินซีเรียสขนาดนี้ก็เลยบอกว่าเข้าใจแล้ว

นอกจากนั้นพวกไซโคตอนนี้ต่างก็หวังให้มิโฮะพากษ์บทนาโฮะใน Reversi ด้วยหากคนภายนอกรู้เรื่องที่นักเขียนถือหางนักพากษ์อีกแบบนี้จะกลายเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมและถือเป็นปัญหาใหญ่สุดๆ ไซโคที่ถึงจะเข้าใจแต่ก็พูดกันแล้วว่าครั้งนี้จะให้มิโฮะใช้ความสามารถของตัวเองให้ได้บทมา ชูจินก็บอกว่าถึงจะเป็นแบบนั้นแต่คนอื่นเขาไม่คิดแบบนั้นด้วยแน่ทำให้ไซโคเริ่มเครียด

วันที่ 26 มกราคม หลังจากที่ฮัตโตริตรวจต้นฉบับเรียบร้อยก็เริ่มพูดเรื่องอนิเมที่พวกไซโคกำลังรออยู่พอดี ฮัตโตริบอกเรื่องที่พวกคนทางค่ายสตูดิโอจะมาแนะนำตัวและคุยด้วยตั้งแต่อาทิตย์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ พวกไซโคก็ทำเหมือนรีบร้อนบอกว่าถ้าตารางงานได้ก็คุยด้วยแน่นอนทำเอาฮัตโตริงงว่าพวกไซโคจะอยากรีบร้อนอะไรขนาดนั้น พอคุยเสร็จและพวกไซโคกำลังกลับทั้งสองคนก็คิดว่าในที่สุดก็จะได้เวลาแล้ว

แต่ทางด้านอิชิซาวะตอนนี้ก็ได้รู้แล้วว่าริริกะได้ลบข้อความนั้นไปแล้วทำให้อิชิซาวะรู้แล้วว่าพวกไซโคต้องรู้จักกับริริกะด้วยทำให้อิชิซาวะไม่พอใจ นอกจากนั้นจากนามปากกาของพวกไซโคทำให้อิชิซาวะยิ่งมั่นใจว่าเป็นชื่อของคนสามคนคือ ไซโค ชูจิน และอีกคนที่พึ่งมารู้ตอนนี้ก็คือตัว "อะ" ที่น่าจะมาจากชื่อของมิโฮะ อาซุกิ มิโฮะ

พอคิดแบบนี้อิชิซาวะก็รีบดูกระทู้ที่ดูท่าทางแฟนๆจะยังตามเชียร์มิโฮะอยู่ อิชิซาวะก็เลยเริ่มก่อความวุ่นวายด้วยการบอกว่ามิโฮะมีแฟนแล้ว และชื่อนามปากกาของพวกไซโคก็เป็นการเอาชื่อส่วนหนึ่งของมิโฮะมาร่วมด้วย แต่พวกแฟนๆยังไม่เชื่อแต่อิชิซาวะก็บอกว่ามีข้อพิสูจน์พยายามโน้มน้าวให้พวกแฟนๆมิโฮะเชื่อให้ได้

หลังจากนั้นวันหนึ่งทางกองบก.ของที่แห่งหนึ่งก็เริ่มรู้เรื่องข่าวลือที่มิโฮะมีแฟนเป็นนักเขียนการ์ตูนมีชื่ออยู่ ถึงจะดูไม่น่าเชื่อเพราะมิโฮะดูจะเป็นคนใสซื่อแต่ก็มีหลักฐานบางอย่างที่ทำให้ทางบก.สนใจและคิดว่าน่าจะเป็นจริงจนคิดจะเอาไปตีพิมพ์


กลับมาทางพวกไซโค ไซโคได้รับโทรศัพท์จากทางฟุคุดะ ฟุคุดะบอกเกี่ยวกับข่าวลือในเน็ตตอนนี้แต่พวกไซโคไม่รู้เรื่อง ฟุคุดะเลยบอกว่าเป็นเรื่องที่ไซโคกับมิโฮะเรียนม.ต้นที่เดียวกัน ไซโคเลยแปลกใจเพราะคิดว่าลบข้อความของริริกะไปแล้วก็ไม่น่าจะเป็นไรแล้ว ตอนนั้นชูจินเลยรีบเปิดคอมดูก็ทำให้พวกไซโคตกใจเพราะพวกแฟนๆมิโฮะและแฟนๆนักอ่านของพวกไซโคเริ่มคุยกันเรื่องของทั้งสองคน ชูจินถึงกับไม่อยากจะเชื่อเพราะข้อความของริริกะโพสได้แค่สองวันเท่านั้นไม่คิดว่าจะบานปลายขนาดนี้แล้วจนคิดเลยว่าอินเตอร์เน็ตน่ากลัวจริงๆ ฟุคุดะบอกไซโคว่าเรื่องนี้ไม่ควรจะเมินเฉยไซโคเองก็คิดแบบนั้นแต่ก็บอกเลยว่า...

ไซโค: พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น

ฟุคุดะกับชูจินได้ยินไซโคพูดแบบนี้ก็เลยอึ้งไปครู่หนึ่ง ฟุคุดะเลยบอกว่าเข้าใจแล้วและที่โทรมาเพราะคิดว่าเรื่องนี้จะทำให้พวกไซโครู้สึกแย่แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคิดไปเอง ชูจินเองก็คิดเหมือนกันว่าที่ไซโคพูดมามันก็ถูกอยู่ ไซโคเองก็บอกทางเขาไม่เป็นไรอยู่แล้วแต่จะห่วงก็ทางมิโฮะ

ด้านมิโฮะที่มาทำงานพากษ์ตามปกติแถมตอนนี้งานยังรัดตัวจนผู้จัดการกำลังเร่งไปเรียกรถให้ แต่พอออกมาจากตึกก็เจอพวกแฟนๆมิโฮะเข้ามารุมล้อมถามกันใหญ่ว่ามิโฮะมีแฟนที่ว่าเป็นนักเขียนการ์ตูนจริงรึเปล่าและนอกจากแฟนๆก็ยังมีนักข่าวมาเก็บข้อมูลด้วย แถมพวกแฟนๆยังถามไปถึงเรื่องที่ตัว "อะ" ของอาชิโรกิ มุโตะ ก็คือส่วนหนึ่งจากชื่อของมิโฮะจริงรึเปล่า พวกแฟนๆที่รุกกันเยอะจนผู้จัดการถึงกับต้องรีบให้มิโฮะรีบขึ้นรถและหนีกันเลย

พอขึ้นรถหนีพวกแฟนๆได้ผู้จัดการก็ถึงกับต้องรีบเปิดเน็ตดูถึงได้รู้สาเหตุที่พวกแฟนวุ่นวายขนาดนี้ ผู้จัดการก็เลยถามมิโฮะเลยว่าจริงรึเปล่าที่มิโฮะมีแฟน มิโฮะก็บอกว่าจริงจนผู้จัดการยังตกใจเลยที่มิโฮะตอบทันทีแบบไม่คิดเลย ผู้จัดการเลยถามต่อจากข่าวลือในเน็ตซึ่งมิโฮะก็บอกว่าเป็นความจริงที่คบกันมาตั้งแต่ม.ต้นแล้วถือว่านานมากจนผู้จัดการเองยังคิดว่าแบบนี้แย่แน่ๆ ผู้จัดการบอกเลยว่าเรื่องนี้พวกแฟนๆคงจะยอมรับกันไม่ได้แน่ มิโฮะก็ตกใจเล็กน้อย ผู้จักการก็บอกอีกว่าตอนนี้มิโฮะอยู่ในช่วงสำคัญและอย่าไปเจอแฟนบ่อยนัก แต่มิโฮะบอกเลยว่าเธอไม่ได้พบแฟนเลยทำเอาผู้จัดการงงไปเหมือนกันและมิโฮะยังบอกอีกว่า...

มิโฮะ: พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้น

ผู้จัดการเห็นมิโฮะไม่ลังเลอะไรเลยก็ถึงกับพุดไม่ออกแต่ก็บอกมิโฮะอย่าเอาเรื่องนี้ไปบอกใครทั้งนั้น


อีกด้านที่กองบก.ของจัมป์ จู่ๆมีคนโทรมาและพูดบอกว่า "อาชิโรกิไปตายซะ" และก็วางหูไปเลยจนบก.คนที่รับสายเองก็ยังงง ยูจิโร่เลยเข้ามาถามว่ามีอะไรบก.คนนั้นก็บอกไป ยูจิโร่ก็บอกคงเพราะความลือในเน็ตทำให้วันนี้มีสายแนวนี้เข้ามาเยอะทั้งถามทั้งด่า บก.คนที่ไม่รู้เรื่องก็เลยเปิดเน็ตดูก็เลยรู้ว่าเรื่องอะไร ทางโยชิดะก็สั่งเลยว่าอย่าไปตอบอะไรชีวิตส่วนตัวของนักเขียน พวกบก.แต่ละคนที่รับสายเองก็พยายามปฎิเสธว่าไม่รู้เรื่องนี้และแน่นอนว่าก็ไม่มีใครรู้อยู่แล้วนอกจากฮัตโตริ และนั้นก็ทำให้ฮัตโตริเริ่มเป็นกังวล

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ฮัตโตริที่มารับต้นฉบับ ชูจินก็ถามตรงๆเลยว่ารู้เรื่องข่าวลือแล้วใช่ไหม ฮัตโตริก็บอกตรงๆเลยว่ารู้เพราะกองบก.เจอโทรศัพท์เรื่องนี้กันจนวุ่นไปหมดแต่ก็บอกให้พวกไซโคไม่ต้องห่วงเพราะทางบก.ไม่ได้บอกอะไรไปแน่แต่ยังไงพวกไซโคก็ห่วงอยู่ดี ฮัตโตริเห็นหน้าทั้งสองคนดูกังวลก็เลยบอกไม่สมเป็นพวกไซโคเลย ชูจินยอมรับแต่ที่ต้องกังวลเพราะเกี่ยวพันถึงเรื่องบทนาโฮะที่อยากให้มิโฮะพากษ์ให้ได้ด้วย ฮัตโตริบอกข่าวลือที่ล่ามไปในอินเตอร์เน็ตยังไงก็หยุดไม่ได้อยู่แล้วใช่ว่าจะไปโพสบอกว่าเบื่อให้เลิกซะทีก็ใช่ว่าจะหยุดกันได้ สู้เอาเวลาคิดเรื่องข่าวลือไปคิดทำให้เรื่องสนุกขึ้นดีกว่า ชูจินก็ยอมรับอยู่ ไซโคก็บอกฮัตโตริพูดถูกพวกเขาคิดแค่เรื่องการ์ตูนก็พอมิโฮะเองก็คิดแต่เรื่องการพากษ์เหมือนกัน ชูจินได้ยินแบบนี้ก็เห็นด้วย ทั้งสามคนเลยต่างพูดปลุกใจกันไม่ให้ต้องกังวลกับเรื่องแบบนี้ทำให้การ์ตูนสนุกจนเอาให้ข่าวลือแบบนั้นมันกระเด็นไปกันเลยดีกว่า แต่แล้ว..

วันต่อมา โอริฮาระมาให้พวกไซโคแต่เช้าแบบหน้าตื่นมาเลยพร้อมหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งและถามว่าพวกไซโคได้ดูรึยัง พวกไซโคก็งงๆว่าเรื่องอะไรแต่โอริฮาระบอกเรื่องใหญ่พวกไซโคก็เลยดูและก็ตกใจทันที นั้นเพราะหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ได้ลงข่าวเรื่องที่มิโฮะมีคนรักกับพวกไซโคที่เป็นนักเขียนชื่อดังของ ShonenJump แถมยังรู้ว่าคบกันมาตั้งแต่ม.ต้นกว่า 8 ปี และยังมีรูปทั้ง มิโฮะ ไซโค และชูจิน แถมยังรู้ด้วยว่าคนที่มิโฮะคบคือไซโค พวกไซโคเห็นแบบนี้ก็คิดว่าเรื่องใหญ่จริงๆแล้ว เช่นเดียวกับฮัตโตริเองก็ได้เห็นหนังสือพิมพ์ฉบับนี้แล้วเหมือนกัน

จบตอน


13 ความคิดเห็น:

  1. สุดยอด! เรื่องนี้อาจารย์แกไม่ปล่อยให้ได้พักหายใจบ้างเลย ถ้าหยุดแปลไปจะทำไงดีคะเนี่ย T^T

    ReplyDelete
  2. ไออ้วน ตายซะ!

    ReplyDelete
  3. คือว่า มันก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรหรอกนะครับ แต่อยากจะบอกว่า

    พากย์ ใช้ ย การันต์ครับ ไม่ใช่ ษ

    ReplyDelete
  4. ฆ่ามัน ไอ้ อ้วน น่ะ

    ReplyDelete
  5. มันล่ะคราวนี้

    ReplyDelete
  6. อ่านๆไปเหอะน่า อย่ามาหลักภาษาให้มาก

    แปลแบบกวนกว่านี้ยังมีอีกมาก

    ReplyDelete
  7. จะหาอ่านที่ไหนได้อีกละเนี่ย

    T T

    เศร้านะคร้าบบบบ

    ReplyDelete
  8. ขอบคุณครับ สนุกอ่ะ

    ReplyDelete
  9. ได้เปิดเผยชีวิตรักกันละคราวนี้

    ReplyDelete
  10. เมื่อเรื่องแดง งานนี้ยังไงก็ไม่ได้พากย์แน่ ๆ
    ไอ้อ้วนสวะนั่นคงยังแค้นเรื่องคุณหนูอาโอกิอยู่ล่ะมั้ง...
    ไม่งั้นก็แค่โอตาคุปล่อยข่าวเอามันส์

    ReplyDelete
  11. เอาง่ายๆ การ์ตูนพระเอกมีโอกาสอันดับตก เพราะคนโหวต อาจจะมีบางคนเปนแฟนคลัยอาซึกิ!

    ReplyDelete
  12. ไหนๆ ก็เขียนถูกมาตลอดแล้ว
    ถ้าให้ถูกเป๊ะนี่จะเป็นเสน่ห์มากเลยนะคะ
    ชอบงานแปลคุณมากๆ ;D

    ReplyDelete
  13. แม่ม ไอ้อิชิซาว่า -*-

    ReplyDelete