Tuesday, February 7, 2012

[Spoil] Bakuman - 165


เปิดตอน มิโฮะที่ซ้อมพากษ์บทอยู่ที่ห้องของตัวเองและบทที่เธอซ้อมอยู่นั้นก็ไม่ใช่งานที่ทำอยู่ในตอนนี้แต่เป็นบทของนางเอกใน Reversi โดยการเอา Reversi รวมเล่ม 1 มาลองซ้อมเอาเองเพื่อให้เขาถึงบทบาทที่สุด

แต่ขณะที่กำลังซ้อมอยู่นั้นเองน้องสาวมิโฮะก็มาเรียกมิโฮะไปกินข้าวทำเอามิโฮะถึงกับตกใจจนสะดุ้งหยุดซ้อมเอากลางคันปิดหนังสือเก็บทันทีพร้อมเตือนมินะ(ชื่อน้องมิโฮะ)ให้เคาะประตูก่อน มินะก็บอกทำแล้วไงแต่มิโฮะก็ว่าบอกที่เคาะนั้นมันหลังจากที่เปิดประตูเข้ามาแล้วต่างหาก



ด้านพวกไซโค ฮัตโตริบอกรายละเอียดถึงอนิเม Reversi ที่จะฉายต่อจาก CROW ซึ่งแน่นอนว่าที่เลือกเพราะต้องการให้ Reversi เป็นเรื่องหลักใน Jump จึงคิดหนักกันระหว่าง Reversi กับ ZombieGun ฮัตโตริบอกตอนที่นีซึมะเขียนเนมสำหรับอนิเมมานั้นก็คิดใจหายว่าบก.คงต้องเลือก ZombieGun แล้วแน่ๆแต่บก.ใหญ่กลับเลือก Reversi แทน พวกไซโคเลยถามว่าแบบนี้เท่ากับเอาชนะนีซึมะได้แล้วใช่ไหม ฮัตโตริก็คิดว่าอย่างนั้น แต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่าจะนิยมกว่า CROW รึเปล่า แต่ยังไงฮัตโตริก็บอกเลยว่าตอนนี้ไม่พแพ้ ZombieGun แน่

ระหว่างที่คุยนั้นมิโยชิก็บอกขอตัวกลับก่อน พวกไซโคก็ขอบคุณที่มาทำความสะอาดให้ ฮัตโตริเองก็ขอให้มิโยชิช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ก่อนจนกว่าทาง Jump จะเป็นคนประกาศเอง มิโยชิก็ตกลงและขอตัว แต่พอออกมาปิดประตูปุ๊บมิโยชิก็ยังแอบทำท่าดีใจอยู่ดี

ฮัตโตริหันมาคุยกับพวกไซโคต่อบอกว่าเรื่องอนิเมนี้จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในนิตยสารช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ไซโคก็ถามยืนยันว่าถึงจะยังไม่ประกาศแต่ก็ยืนยันแน่แล้วใช่ไหม ฮัตโตริบอกใช่เพียงแต่จะปล่อยข้อมูลอนิเมในตอนที่ทางสตูดิโอที่ทำได้วาดและแต่งเพลงไปส่วนหนึ่งแล้ว เพียงแต่เรื่องสำคัญที่ฮัตโตริคิดว่าสำคัญกับไซโคที่สุดก็คือเรื่อง "นักพากษ์"

แน่นอนว่าคนแต่งเรื่องอย่างพวกไซโคจะสามารถเลือกนักพากษ์ที่ต้องการได้และหากมีการผสานกับทางบก.ขอใครมาพากษ์เฉพาะเจาะจงได้ด้วย แต่นั้นก็แค่ขั้นต้นสุดท้ายคนที่จะตัดสินใจเลือกจริงๆว่าใครจะเป็นคนพากษ์นั้นก็คือผู้กำกับของฝ่ายผลิต ชูจินจึงเข้าใจว่าต่อให้พวกเขาเลือกให้มิโฮะเป็นคนพากษ์นางเอก "นาโฮะ" แต่ก็ใช่ว่าจะได้พากษ์ 100% แต่ทางไซโคบอกแบบนี้ดีแล้ว ชูจินเลยตกใจว่าทำไมในเมื่อไซโคอยากให้มิโฮะมาพากษ์แน่ๆ ไซโคบอกอยากให้มิโฮะได้บทบาทด้วยความสามารถของเธอเองแต่ตอนนี้มิโฮะเองก็ถือว่ามีชื่อเสียงมากเหมือนกัน ฮัตโตริก็บอกว่าใช่ มิโฮะที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมหากได้มาพากษ์ให้ Reversi ก็จะดีที่สุดด้วยเหมือนกัน และแน่นอนว่าฮัตโตริจะไม่ยอมให้อะไรมาขวางเรื่องนี้ด้วยเพื่อไซโค ที่เหลือนั้นฮัตโตริบอกไว้ค่อยพาไปที่สตูดิโออีกทีและให้พวกไซโคเตรียมแนะงานไว้ พวกไซโคก็ตกลง

หลังจากนั้นพวกไซโคก็กลับบ้านพร้อมกัน ทั้งสองคนรู้สึกเหมือนว่ากำลังอยู่ในความฝัน หลังจากที่พยายามมากันนาน ตอนนี้ความฝันของไซโคกับมิโฮะก็กำลังเป็นจริงและไซโคก็คิดว่ากำลังจะเป็นจริงด้วย ชูจินก็บอกไซโคจะบอกมิโฮะตอนนี้เลยก็ได้นะแต่ไซโคอยากจะปลับไปบอกที่บ้านและเรื่องที่ต้องคัดตัวนักพากษ์ด้วย ชูจินก็ตกลงจะให้ไซโคบอกตามลำพังก็เลยขอตัวแยกกลับบ้านไป

พอไซโคกลับมาถึงบ้านก็รีบเมล์บอกมิโฮะทันทีถึงตอนนี้จะ 4 ทุ่มแล้วแต่ไซโคคิดว่ามิโฮะยังไม่นอนแน่ ไซโคก็เลยบอกทั้งเรื่องที่ Reversi จะได้เป็นอนิเมฉายวันที่ 4 กันยายน และเรื่องที่เตรียมการคัดตัวนักพากษ์ด้วย ทางมิโฮะที่กำลังซ้อมพากษ์งานของตัวเองอยู่นั้นพอได้เมล์ของไซโคก็ตกใจและดีใจจนน้ำตาไหล พอดีใจปลี้มใจมากก็เลยจะรีบพิมพ์ตอบแต่ก็หยุดมือก่อน แล้วมิโฮะก็เดินออกไปที่ระเบียงห้องและเปลี่ยนโทรหาไซโคแทนที่จะเมล์



ทางไซโคก็ตกใจที่มิโฮะโทรมาเองเลยก็เลยรีบรับสาย คำแรกที่มิโฮะพูดก็คือ "แสดงความยินดีด้วย" ไซโคก็เขินและขอบคุณ แล้วตอนนั้นมิโฮะก็พูดกับไซโคด้วยคำพูดของนาโฮะ นางเอกในเรื่องทำเอาไซโคตกใจ มิโฮะเอาบทหนึ่งในช่วงแรกของเล่ม 1 บทที่นาโฮะพูดกับซาโตรุที่เป็นพระเอกฝ่ายความมืดบอกว่าซาโตรุเปลี่ยนไป และตอนนั้นซาโตรุก็ใช้พลังปีศาจทำให้นาโฮะตกอยู่ในการควบคุม

มิโฮะพากษ์บทของนาโฮะให้ไซโคฟังจนไซโคแปลกใจทั้งๆที่ปกติมิโฮะจะขี้อายเรื่องแบบนี้ แถมมิโฮะยังพูดบทของนาโฮะทั้งหมดในรวมเล่ม 1 เลยแบบไม่ต้องดูหนังสือ ไซโคฟังแล้วก็ทึ่งเพราะเสียงของมิโฮะนั้นฟังจนจินตนาการถึงนาโฮะได้เลยจนไซโคยังยอมรับว่าสมบูรณ์แบบจริงๆ มิโฮะก็บอกเธอเตรียมซ้อมของเธอเองโดยไม่มีข้อมูลอื่นไม่งั้นจะถือว่าโกงการคัดเลือก ไซโคก็สนับสนุนความตั้งใจเลยไม่บอกข้อมูลอื่น มิโฮะก็บอกในเมื่อไซโคพยายามอย่างหนักเพื่อความฝันเธอก็ต้องแสดงให้เห็นด้วยว่าตัวเองก็พยายามอย่างหนักเหมือนกัน แถมมิโฮะยังจำส่วนใหญ่ในเล่มสองได้แล้วด้วยและก็พากษ์ให้ไซโคฟัง เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองต่างเห็นว่าความฝันของทั้งสองนั้นใกล้เข้ามาแล้ว


วันต่อมา ชูจินก็เอางานให้ไซโคตามปกติ ตอนนั้นไซโคก็บอกชูจินเลยว่ามิโฮะต้องได้บทนาโฮะแน่นอน ชูจินเลยถามว่าทำไมแน่ใจแบบนั้นขืนไม่ได้ขึ้นมาจะดีใจไม่ออกเอา ไซโคบอกได้แน่เพราะมิโฮะจับบทได้หมดแล้วและยังบอกว่ามิโฮะเป็นนักพากษ์ที่มีความสามารถเหลือเชื่อเลย ทางชูจินก็คิดอยู่ว่ามิโฮะมีบทเรื่องอื่นอยู่ 4 เรื่องอาจจะต้องใช้ความสามารถมากเกินไปจนไม่อยากมารับบทก็ได้ ไซโคก็โมโหทันทีบอกมิโฮะไม่มีทางคิดแบบนั้นแน่ชูจินก็เลยบอกว่าแค่ล้อเล่นเอง

ด้านมิโฮะที่เช้านี้ยิ้มอารมณ์ดีมาหาผู้จัดการจนผู้จัดการเองยังแปลกใจ และในครั้งนี้ผู้จัดการบอกมีงานเจาะจงขอให้มิโฮะเป็นคนพากษ์ถึงสองเรื่องโดยเป็นงานพากษ์เสียงผู้ชายและเป็นงานที่ไม่เด่นเท่าไร แต่มิโฮะก็ปฎิเสธงานทันทีทั้งๆที่ยิ้งร่าเริงจนผู้จัดการรู้สึกแปลกๆแต่ก็คิดว่าที่ไม่รับเพราะอาจจะหากรับไปแล้วงานจะออกมาไม่ดีเพราะเป็นงานที่ไม่ถนัด แต่มิโฮะก็บอกต่อเลยว่าเธอจะไม่ขอรับงานใหม่อะไรเลยจนกว่าจะถึงฤดูร้อนเลยทำเอาผู้จัดการตกใจ

ผู้จัดการก็เลยวีนใหญ่บอกว่าถึงตอนนั้นงานส่วนใหญ่ของมิโฮะก็จะเสร็จหมดแล้วและจะเหลือแค่งานเดียวเท่านั้น แต่มิโฮะบอกไม่เป็นไรจนผู้จัดการบอกว่าไม่เป็นไรงั้นเหรอ มิโฮะก็ยังยืนยัน ผู้จัดการเลยคิดว่าเขาไม่เข้าใจมิโฮะซะแล้วถึงจะรู้ว่าแปลกๆตั้งแต่เริ่มแรกแล้วแต่แบบนี้ไม่เข้าใจแบบสุดๆ ถึงจะยอมรับว่าเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในฐานะนักพากษ์แล้วด้วยตัวเองแต่ก็ยังคิดหนัก พอจะพูดอะไรก็เจอรอยยิ้มของมิโฮะจนพูดไม่ออก ผู้จัดการก็เลยบอกเข้าใจแล้วจะไม่รับงานให้จนกว่าจะถึงฤดูร้อน และก่อนที่มิโฮะจะออกไปมิโฮะก็ขอบคุณผู้จัดการ(รู้สึกจะเป็นประธานด้วย)ก็เลยยิ่งไม่เข้าใจมิโฮะจนตัวเองที่กำลังกดน้ำร้อนอยู่เผลอกดจนล้นลวกมือ

อีกด้าน อิชิซาวะ(คนที่ชูจินต่อยไปตอนม.ต้น) ก็กำลังหมกตัวอยู่ในห้อง พอแม่มาพูดหน่อยอิชิซาวะก็บอกว่าเขาเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่แม่อิชิซาวะก็รู้ว่าอิชิซาวะไม่ได้เขียนมา 5 ปีแล้วอิชิซาวะก็เลยอ้างว่ากำลังเขียนเรื่องใหม่และเพราะอารมณ์เสียก็เลยไม่เอาข้าวเย็นที่แม่ยกมาให้และบอกจะหากินเอง

พอดีนั้นอนิเมฟุตบอลเรื่องหนึ่งที่อิชิซาวะดูเริ่มพอดี ระหว่างที่ดูก็กินขนมไปและเริ่มเปิดโน๊ตบุ๊คเพื่อคุยในบอร์ด ตอนนั้นมีคนบอกว่าเสียงอาซุเคียว(ชื่อเล่นที่แฟนๆตั้งให้มิโฮะ)ที่พากษ์นางเอกในอนิเมฟุตบอลนี้ยอดสุดๆ อิชิซาวะก็จำได้ว่าเป็นมิโฮะที่ไม่คิดว่าจะดังขนาดนี้ อิชิซาวะเลยพิมพ์บอกไปว่าคนต่อไปที่จะดังก็คือ คิตามิ ริริกะ (เผื่อใครจำไม่ได้ นักพากษ์ที่เป็นเพื่อนกับคาโต้และอยากมาเจอไซโค) พวกคนในบอร์ดก็ยังไม่ค่อยรู้จักว่าใครคือริริกะ อิชิซาวะเลยบอกเป็นคนที่รับบทนักเรียนหญิงในเรื่องและที่สำคัญคือริริกะน่ารักอีกต่างหาก คนในบอร์ดก็แปลกใจอิชิซาวะก็เลยเสริมบอกว่าริริกะน่ารักกว่ามิโฮะซะอีก

พออนิเมจบอิชิซาวะก็เข้าไปดู Blog ของริริกะ พอเปิดดูก็เห็นที่ริรกะบอกไว้ว่าตอนเดือนธันวาคมได้ไปงานของทาง Jump มาและที่ได้ไปเพราะเพื่อนเป็นผู้ช่วยของพวกไซโค ท้ายขอความนั้นริริกะบอกไว้ว่าหนึ่งในนักเขียน(แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นไซโค)มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนักพากษ์สาวคนหนึ่งที่เธอสนใจอยู่ แต่ริริกะไม่ได้บอกว่าเป็นใครบอกว่าขอเก็บเป็นความลับและบอกเธอเองก็จะพยายามด้วย

อิชิซาวะที่อ่านก็ตกใจที่ริริกะไปรู้จักกับพวกไซโคด้วย แต่ที่อิชิซาวะสนใจมากกว่าก็คือเรื่องนักพากษ์ที่ริริกะบอกไว้แน่นอนว่าอิชิซาวะที่เป็นเพื่อนร่วมห้องของพวกไซโคมาก่อนย่อมรู้ดีว่านั้นหมายถึงมิโฮะ อิชิซาวะจึงยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยทันที

จบตอน


(ใครคิดว่าเรื่องจะราบรื่นก็เตรียมปูเสื่อได้เลย งานนี้ดราม่าแน่ คิดอยู่แล้วว่าจู่ๆเปิดตัวละครนักพากษ์อย่างริริกะกระทันหันแบบนี้ต้องมาเกี่ยวกับมิโฮะตอน Reversi ได้เป็นอนิเมแต่ไม่คิดว่าจะเอาอิชิซาวะมาโยงด้วย แต่แบบนี้อาจจะได้เห็นชูจินต่อยอิชิซาวะอีกหนก็คราวนี้แหละ เผลอๆอาจได้เจอคาราเต้ของมิโยชิเสริมด้วย 555+)

4 ความคิดเห็น:

  1. งานจะเข้าอีกแล้ว เหอะๆ

    ReplyDelete
  2. ถ้ามันจะทำเรื่องเสียจริง ผมบอกได้ 3 พยางค์ครับ........ ไอ้-อ้วน-ชั่ว
    (ชูจินxมิโยชิ รุมกระทืบแม่มให้ตายเลยไป๊!!!)

    ReplyDelete
  3. ผมว่าคราวนี้ ไม่ใช่ชูจินกับมิโยชิหรอกที่ต่อย ไซโคต่างหากที่จะต่อย- -*

    ReplyDelete
  4. จารย์แกจัดเต็มจริงๆ ยังมีปมให้ผูกอีกได้หลายเล่มเลย
    เพราะไม่ใช่แค่เรื่องของพระเอก เรื่องของตัวละครอื่นๆอย่างฮิรามารุ คนอ่านก็อยากจะรู้เหมือนกัน ฮา

    ReplyDelete