เริ่มต้นการเลือกตั้งประธานลำดับที่13ในรอบ4คนสุดท้าย
งานเริ่มโดยการให้ผู้เข้าแข่งขันทั้ง4เริ่มปราศัยตามลำดับท้ายไปต้น
มิไซสึโตมุ ผู้อยู่ลำดับ4ก้าวขึ้นเวทีด้วยความคิดเดียวในหัวว่า
(เราต้องยอมเสียสละ จะได้โค่นเจ้าพรีสตองลงจากที่หนึ่งได้...!!)
"ผมขอสรุปสั้นๆ ผมเชื่อว่าใน4คนที่เหลืออยู่นี้"
"ชิดเดิ้ลเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นประธานคนใหม่!!"
"ผมจะไม่พูดว่าผมไม่อยากเป็นประธาน! แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาของผม!!"
"ก่อนอื่นผมอยากสนับสนุนศิษย์ของผมให้เป็นฮันเตอร์ที่ดีเสียก่อน จากนั้นค่อยเลื่อนขั้นเป็นฮันเตอร์สามดาว"
"แต่ก่อนหน้านั้น เพื่อที่จะยุติการเลือกตั้งในวันนี้"
"ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยตอบรับคำขอร้องของผม!! ผมขอจบเพียงเท่านี้!!"
หลังพูดจบมิไซสึโตมุก็ก้าวลงไป ผู้สมัครที่เหลือต่างก็ตั้งใจฟังกัน มีเพียงเลโอลีโอที่เหม่อหาเรื่องพูดของตัวเองอยู่
"เอาล่ะ ต่อไปเราจะได้ฟังคำปราศัยจากผู้ได้ลำดับสามในรอบที่แล้ว... คุณชิดเดิ้ล เชิญออกมาได้เลยค่า~!!"
พียอนประกาสต่อ พร้อมๆกับที่ชิดเดิ้ลเดินตรงมายังโพเดียม และเริ่มปราศัย
"ชั้นก็ขอพูดสั้นๆนะคะ ->ท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน"
"สำหรับประธานคนที่13"
"ชั้นขอเสนอเลโอลีโออย่างเต็มที่"
"เท่านี้ละค่ะ"
!?
ทันทีที่พูดจบ เหล่าฮันเตอร์ในฮอลล์ต่างตกใจกันเมื่อแกนนำนักษัตรอย่างชิดเดิ้ลประกาศเทคะแนนให้คนอื่น
แม้แต่นักษัตรหนูอย่างพรีสตองยังตะลึงจนหุบยิ้มเมื่อได้ยินอย่างนั้นเหมือนกัน
แต่เลโอลีโอที่กำลังเหม่ออยู่นั้นก็เหมือนจะไม่ได้ตั้งใจฟังชิดเดิ้ลแม้แต่น้อย
(ยังไงดีว้า คงไม่มีใครเลือกตูหรอกมั้ง)
(ถึงเลือกตูก็ไม่อยากเป็น ถ้างั้นจะพูดเรื่องอะไรก็พูดได้สินะ ยังไงซะเราก็ไม่ได้สนใจอะไรเรื่องเลือกตั้งนี่อยู่แล้ว)
(อะไรนะ... คิดอะไรของเธอน่ะชิดเดิ้ล?!)
ทางด้านมิไซสึโตมุที่พึ่งประกาศส่งคะแนนให้ชิดเดิ้ลมาหมาดๆ ก็ยังแปลกใจกับชิดเดิ้ลเหมือนกัน
หลังจากชิดเดิ้ลลงจากโพเดี้ยม พียอนก็ประกาศเรียกเลโอลีโอให้ขึ้นมาพูดต่อ
"อืมม ขอบคุณค่า~!!"
"ต่อไปเราจะได้ฟังคำปราศัยจากผู้ได้ลำดับสอง... คุณเลโอลีโอ เชิญออกมาได้เลยค่า~~!"
(รอยยิ้มหายไปจนได้นะ พรีสตอง)
(ชั้นไม่มีวันยอม ให้เป็นไปตามแผนของนายหรอก!)
ชิดเดิ้ลที่กลับมานั่งที่แอบเหล่ไปยังศัตรูอาฆาตที่นั่งอยู่ข้างๆ โดยที่พรีสตองที่เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นกำลังครุ่นคิดอยู่โดยไม่ได้รู้ตัวแม้แต่น้อย
ด้านเลโอลีโอที่ถึงคิวพูดแล้วนั้น ยังนั่งเหม่ออยู่กับที่จนพียอนต้องเรียกซ้ำ
"เอ่อ? คุณเลโอลีโอค้า~? ออกมาข้างหน้าด้วยค่า~"
"คุณเลโอลีโอ"
แน่นอนว่าเลโอลีโอไม่ได้ยิน
...
"เลโอลีโอ~~!!!เป็นบ้าอะไรวะคะเนี่ย~ หลับในรึไงย๊าา~~? เดี๋ยวแม่ตบซะหรอก!"
กระต่ายพียอนแหกปากใส่ไมค์จนหูแทบแตกกันทั้งฮอลล์ ไม่เว้นแต่เลโอลีโอที่เหม่อๆอยู่
"เหวอ! ตาผมแล้วหรอ?!" เลโอลีโอสะดุ้ง
"เอ่อ โทษทีค่ะ! เชิญคุณเลโอลีโอออกมาได้เลยค่า~~!" พียอนเรียกอีกรอบ
......
หลังจากนั้น เมื่อเลโอลีโอก้าวออกไป เหล่าฮันเตอร์ในฮอลล์ก็เงียบเพื่อฟังการปราศัยจากรูคกี้ที่จับพลัดจับพลูขึ้นมาอยู่ตรงนี้ได้
เลโอลีโอในตอนนี้ ก้าวขึ้นโพเดียมเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ทั้ง600นายอยู่เพียงลำพัง
(จริงรึวะ...)
(เรามาทำอะไรที่นี่กันแน่...?!)
(บ้าเอ้ย ยังคิดอะไรไม่ออกเลย...)
(เป็นไงเป็นกันวะ ก็แค่พูด)
...
แล้วเลโอลีโอก็สลัดความกังวลออกจากหัวไปหมด และเริ่มพูด
"เอิ่ม...ผมจะขอพูด... ในเรื่องที่ต้องการล่ะกัน"
"ถ้าผมเป็นประธาน ผมจะใช้สมาคมนี้ไปตามความต้องการส่วนตัว"
"และคำสั่งแรกที่จะสั่งทุกคน"
"ให้ลงมือทันที เพื่อช่วยชีวิตกอร์น!!!"
"ผมน่ะ... ไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้เลย"
"......"
"แต่..."
"ถึงผมจะไปอยู่ข้างกอร์นตอนนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน"
"เขา...ในตอนนี้"
"กำลังจะตาย..."
"เขาเป็นพวกพ้อง...เป็นเพื่อน...แต่..."
"ผมไม่ได้รับรู้อะไรเลย จนเมื่อไม่นานนี้...!!"
"หมอนั่นน่ะ... ตอนที่ผม...ทำแต่เรื่องของตัวเอง"
"เข้าเรียน...นั่งดื่ม...ย้ายห้อง..."
"เที่ยวเตร่ คั่วสาวไปเรื่อย เล่นเน็ตไปวันๆ"
"เขากำลังต่อสู้ เพื่อคนอื่น...!!"
"ร่วมกับประธานคนก่อน และพวกพ้องของเค้า!"
"และตอนนี้...หนึ่งในคนเหล่านั้น"
"กำลังต่อสู้เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยชีวิตกอร์น"
"เอ่อ? คุณเลโอลีโอค้า~? ออกมาข้างหน้าด้วยค่า~"
"คุณเลโอลีโอ"
แน่นอนว่าเลโอลีโอไม่ได้ยิน
...
"เลโอลีโอ~~!!!เป็นบ้าอะไรวะคะเนี่ย~ หลับในรึไงย๊าา~~? เดี๋ยวแม่ตบซะหรอก!"
กระต่ายพียอนแหกปากใส่ไมค์จนหูแทบแตกกันทั้งฮอลล์ ไม่เว้นแต่เลโอลีโอที่เหม่อๆอยู่
"เหวอ! ตาผมแล้วหรอ?!" เลโอลีโอสะดุ้ง
"เอ่อ โทษทีค่ะ! เชิญคุณเลโอลีโอออกมาได้เลยค่า~~!" พียอนเรียกอีกรอบ
......
หลังจากนั้น เมื่อเลโอลีโอก้าวออกไป เหล่าฮันเตอร์ในฮอลล์ก็เงียบเพื่อฟังการปราศัยจากรูคกี้ที่จับพลัดจับพลูขึ้นมาอยู่ตรงนี้ได้
เลโอลีโอในตอนนี้ ก้าวขึ้นโพเดียมเผชิญหน้ากับฮันเตอร์ทั้ง600นายอยู่เพียงลำพัง
(จริงรึวะ...)
(เรามาทำอะไรที่นี่กันแน่...?!)
(บ้าเอ้ย ยังคิดอะไรไม่ออกเลย...)
(เป็นไงเป็นกันวะ ก็แค่พูด)
...
แล้วเลโอลีโอก็สลัดความกังวลออกจากหัวไปหมด และเริ่มพูด
"เอิ่ม...ผมจะขอพูด... ในเรื่องที่ต้องการล่ะกัน"
"ถ้าผมเป็นประธาน ผมจะใช้สมาคมนี้ไปตามความต้องการส่วนตัว"
"และคำสั่งแรกที่จะสั่งทุกคน"
"ให้ลงมือทันที เพื่อช่วยชีวิตกอร์น!!!"
"ผมน่ะ... ไม่สมควรจะมายืนอยู่ตรงนี้เลย"
"......"
"แต่..."
"ถึงผมจะไปอยู่ข้างกอร์นตอนนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน"
"เขา...ในตอนนี้"
"กำลังจะตาย..."
"เขาเป็นพวกพ้อง...เป็นเพื่อน...แต่..."
"ผมไม่ได้รับรู้อะไรเลย จนเมื่อไม่นานนี้...!!"
"หมอนั่นน่ะ... ตอนที่ผม...ทำแต่เรื่องของตัวเอง"
"เข้าเรียน...นั่งดื่ม...ย้ายห้อง..."
"เที่ยวเตร่ คั่วสาวไปเรื่อย เล่นเน็ตไปวันๆ"
"เขากำลังต่อสู้ เพื่อคนอื่น...!!"
"ร่วมกับประธานคนก่อน และพวกพ้องของเค้า!"
"และตอนนี้...หนึ่งในคนเหล่านั้น"
"กำลังต่อสู้เสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยชีวิตกอร์น"
อีกด้านนึง ทางฝั่งคิรัวร์ที่เลโอลีโอกำลังพูดถึงนั้น อารุกะที่เป็นความหวังเดียวได้ตื่นขึ้นมาทักทายคิรัวร์พอดี
"อ๋า! พี่จ๋า!" อารุกะงัวเงียทักทายพี่ชาย
"อรุณสวัสดิ์ หลับสบายดีมั้ย?" คิรัวร์ทักทายตอบ
อารุกะ "อืม พวกเราอยู่ที่ไหนหรอ?"
คิรัวร์ "โรงพยาบาลน่ะ"
คิรัวร์ "เพื่อนพี่นอนป่วยอยู่ที่นี่"
คิรัวร์ "พี่อยากให้เขากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง"
"......"
อารุกะนิ่งไปก่อนจะถามกลับเบาๆ
"จะให้หนูกลายเป็น'นานิกะ'ยังงั้นหรอ?"
"ม่ายยอะ!"
"ก็หนูอยากอยู่กับพี่อะ!"
เธอปฏิเสธพร้อมทำหน้าบึ้งใส่คิรัวร์
"ไม่เป็นไรหรอก...จำไม่ได้หรอว่าพี่เคยบอกไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป พี่ให้สัญญา"
"พี่ขอร้อง"
คิรัวร์ขออารุกะอีกทีอย่างอ่อนโยน หลังจากให้สัญญากับอารุกะแล้ว คิรัวร์ก็ขอร้องเธอ
"งั้นก็ด้ะ!"
อะรุกะยอมให้คิรัวร์ และหน้าของเธอก็เริ่มถูกครอบงำด้วยใบหน้าของนานิกะอย่างช้าๆ?
...
อีกทางนึง อิรูมิที่มองผ่านภาพจากมือถือผ่านกล้องที่ติดกับซึโบเน่อยู่ก็เริ่มฟุ้งซ่านขึ้นมา
(กะแล้ว...)
(กฏที่ว่าไม่มีผลกับคิรัวร์เท่านั้น)
(นั่นเพราะว่าเป็นคิรัวร์ หรือว่าเป็นเพราะหลังจาก'ขอ'ให้รักษาบางสิ่ง?)
(เราจะต้องรู้ให้ได้)
ร่างของพี่ชายคนโตที่กำลังวิเคราะห์กฏของอารุกะอย่างใจเย็นได้เริ่มสั่นเทิ้มไปด้วยความตื่นเต้น
(ยังไงซะ ความสามารถของอารุกะที่ทำได้ทั้งทำลายและซ่อมแซม)
(ถ้าฝึกให้เชื่องได้ล่ะก็ ต้องกลายเป็นเครื่องมือชั้นยอดแน่ๆ)
...
และความสั่นเทิ้มของอิรูมิก็ได้ถูกส่งผ่านมายังซึโบเน่ที่เป็นคนกลางในทันที
ซึโบเน่ไม่อาจปฏิเสธความกังวลที่เกิดขึ้นได้
(สังหรณ์ไม่ดีเลย โหดร้ายอะไรเช่นนี้...)
(ความทะเยอทะยานอันชั่วร้ายทำให้เขาหลุดออกจากเส้นทางนักฆ่าเข้าไปทุกที...)
หลังจากพะวงเรื่องอิรูมิ ซึโบเน่ก็คิดถึงพี่น้อง2คนที่อยู่ต่อหน้าต่อ
(และช่างน่าเศร้า)
(ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ถูกควบคุมกลับกลายเป็นผู้ที่เจ็บปวดน้อยที่สุด...)
หลังจากผ่านอุสรรคมาต่างๆนานา คิรัวร์ก็เดินจูงมืออารุกะที่กลายเป็นนานิกะเต็มตัวแล้วเดินตรงไปยังเตียงที่กอร์นนอนอยู่
อารุกะจะตื่นขึ้นต่อเมื่อ'นานิกะ'หลับไปเท่านั้น ซึ่งมีทั้งช่วงเวลาที่สั้นและยาว
หลังจากการรบเร้าของ'นานิกะ'ไม่สำเร็จและมีคนตาย ไปจนถึงตอนที่'นานิกะ'กลับมารบเร้าอีกครั้งที่ระดับความยากระดับ1
หลังจากที่ผู้ที่ถูกรบเร้าจาก'นานิกะ'หนีออกห่าง จนทำให้การรบเร้าของ'นานิกะ'ยกเลิกชั่วคราว
และหลังจากนานิกะหลับเพราะรักษาบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งในช่วงนั้นใครจะขออะไรกับ 'อารุกะ' ก็ได้
(ทางที่ดีที่สุดคือ... ทำให้การขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วไม่ต้องขออะไรจาก'นานิกะ'อีกตลอดไป) คิรัวร์คิด
"อ๋า! พี่จ๋า!" อารุกะงัวเงียทักทายพี่ชาย
"อรุณสวัสดิ์ หลับสบายดีมั้ย?" คิรัวร์ทักทายตอบ
อารุกะ "อืม พวกเราอยู่ที่ไหนหรอ?"
คิรัวร์ "โรงพยาบาลน่ะ"
คิรัวร์ "เพื่อนพี่นอนป่วยอยู่ที่นี่"
คิรัวร์ "พี่อยากให้เขากลับมาแข็งแรงอีกครั้ง"
"......"
อารุกะนิ่งไปก่อนจะถามกลับเบาๆ
"จะให้หนูกลายเป็น'นานิกะ'ยังงั้นหรอ?"
"ม่ายยอะ!"
"ก็หนูอยากอยู่กับพี่อะ!"
เธอปฏิเสธพร้อมทำหน้าบึ้งใส่คิรัวร์
"ไม่เป็นไรหรอก...จำไม่ได้หรอว่าพี่เคยบอกไว้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป พี่ให้สัญญา"
"พี่ขอร้อง"
คิรัวร์ขออารุกะอีกทีอย่างอ่อนโยน หลังจากให้สัญญากับอารุกะแล้ว คิรัวร์ก็ขอร้องเธอ
"งั้นก็ด้ะ!"
อะรุกะยอมให้คิรัวร์ และหน้าของเธอก็เริ่มถูกครอบงำด้วยใบหน้าของนานิกะอย่างช้าๆ?
...
อีกทางนึง อิรูมิที่มองผ่านภาพจากมือถือผ่านกล้องที่ติดกับซึโบเน่อยู่ก็เริ่มฟุ้งซ่านขึ้นมา
(กะแล้ว...)
(กฏที่ว่าไม่มีผลกับคิรัวร์เท่านั้น)
(นั่นเพราะว่าเป็นคิรัวร์ หรือว่าเป็นเพราะหลังจาก'ขอ'ให้รักษาบางสิ่ง?)
(เราจะต้องรู้ให้ได้)
ร่างของพี่ชายคนโตที่กำลังวิเคราะห์กฏของอารุกะอย่างใจเย็นได้เริ่มสั่นเทิ้มไปด้วยความตื่นเต้น
(ยังไงซะ ความสามารถของอารุกะที่ทำได้ทั้งทำลายและซ่อมแซม)
(ถ้าฝึกให้เชื่องได้ล่ะก็ ต้องกลายเป็นเครื่องมือชั้นยอดแน่ๆ)
...
และความสั่นเทิ้มของอิรูมิก็ได้ถูกส่งผ่านมายังซึโบเน่ที่เป็นคนกลางในทันที
ซึโบเน่ไม่อาจปฏิเสธความกังวลที่เกิดขึ้นได้
(สังหรณ์ไม่ดีเลย โหดร้ายอะไรเช่นนี้...)
(ความทะเยอทะยานอันชั่วร้ายทำให้เขาหลุดออกจากเส้นทางนักฆ่าเข้าไปทุกที...)
หลังจากพะวงเรื่องอิรูมิ ซึโบเน่ก็คิดถึงพี่น้อง2คนที่อยู่ต่อหน้าต่อ
(และช่างน่าเศร้า)
(ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ที่ถูกควบคุมกลับกลายเป็นผู้ที่เจ็บปวดน้อยที่สุด...)
หลังจากผ่านอุสรรคมาต่างๆนานา คิรัวร์ก็เดินจูงมืออารุกะที่กลายเป็นนานิกะเต็มตัวแล้วเดินตรงไปยังเตียงที่กอร์นนอนอยู่
อารุกะจะตื่นขึ้นต่อเมื่อ'นานิกะ'หลับไปเท่านั้น ซึ่งมีทั้งช่วงเวลาที่สั้นและยาว
หลังจากการรบเร้าของ'นานิกะ'ไม่สำเร็จและมีคนตาย ไปจนถึงตอนที่'นานิกะ'กลับมารบเร้าอีกครั้งที่ระดับความยากระดับ1
หลังจากที่ผู้ที่ถูกรบเร้าจาก'นานิกะ'หนีออกห่าง จนทำให้การรบเร้าของ'นานิกะ'ยกเลิกชั่วคราว
และหลังจากนานิกะหลับเพราะรักษาบางสิ่งบางอย่าง ซึ่งในช่วงนั้นใครจะขออะไรกับ 'อารุกะ' ก็ได้
(ทางที่ดีที่สุดคือ... ทำให้การขอครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย แล้วไม่ต้องขออะไรจาก'นานิกะ'อีกตลอดไป) คิรัวร์คิด
ในขณะที่ที่คิรัวร์จูงมือนานิกะเดินเข้าไปหากอร์น
เลโอลีโอที่กำลังปราศัยได้ที่ ก็เริ่มใส่อารมณ์ของตัวเองออกไปผ่านไมค์ให้ฮันเตอร์ร่วม600นายได้ฟัง
"ผมทำอะไรไม่ได้...นอกจากเอาแต่เรียกกอร์น...'
"ทำได้แค่เรียกซ้ำไปซ้ำมา...!!"
"เพราะอย่างนั้น ถ้าผมได้เป็นประธาน"
"ผมจะเรียกพวกคุณทุกคนดูบ้าง!!"
"ได้โปรด!!"
"ช่วยกอร์น!!"
"แค่ช่วยกันคิด!!"
"แล้วถ้าคิดอะไรได้ ก็ทำซะ!!"
"ถ้ามีอะไรที่ผมทำได้บอกผมมา!! ผมยอมทำทุกอย่าง!!!!"
หลังจากพูดไปมาก เลโอลีโอที่ระบายออกไปหมดเปลือกก็สงบลง และเริ่มพูดปิดท้ายแบบนิ่งๆ
"บ้าเอ้ย... ผมไม่น่าพูดมากไปเลย"
"ลืมเรื่องบ้าบอนั่นไปซะ...จบล่ะ!!"
ชิดเดิ้ลที่เป็นตัวหลักของนักษัตรที่เพิ่งยกคะแนนให้เลโอลีโอไปหมดนั้นก็นั่งกอดอกฟังอยู่พร้อมๆกับคิดไปด้วย
.........
(จิน...)
(ทำไมนายถึงไม่ยอมหลบหมัดนั้น ตอนนี้ชั้นรู้แล้ว)
(ในตอนนั้นนายคงคิดว่า 'ถ้าเป็นเจ้านี่อาจจะทำได้ก็ได้')
(อย่างนี้แหละดีแล้ว... เขาจะได้เป็นประธาน ถ้ามีพวกเราคอยสนับสนุน)
(เขาจะต้องเป็นประธานที่ดีได้แน่ๆ)
ชิดเดิ้ลคิดพรางจับจ้องไปยังเลโอลีโอที่ยืนเหนียมอยู่หน้าเวที
แปะ แปะ
ในความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังจากเลโอลีโอพูดจบ เสียงปรบมือเปาะแปะ2-3เสียงก็เกิดขึ้น
...
แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ
และไม่นานนัก เสียงปรบมือก็เริ่มมากขึ้นๆ...
แปะ แปะ แปะ
จนในที่สุด
...
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
เสียงปรบมือก็ดังกังวาลลั่นหอประชุมใหญ่แห่งนั้นไปทั่ว
เสียงปรบมือที่เหล่าฮันเตอร์น้อยใหญ่ต่างยกให้กับคำปราศัยของเลโอลีโอ พาลาดิไนท์ 1ในตัวเก็งประธานในขณะนี้
"......"
ท่ามกลางเสียงปรบมืนั้น พรีสตองได้แค่ทำหน้านิ่งเพียงเกาหัวเบาซึ่งเป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
แล้วก็ถึงคิว...
"เอาล่ะ ต่อไปเราจะได้ฟังคำปราศัยจากผู้ได้ที่หนึ่งในรอบที่แล้ว... คุณพรีสตอง!"
"ทุกๆท่านช่วยเบาเสียงและตั้งใจฟังหน่อยค่า~~!!"
พียอนประกาศเรียกพรีสตองขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงจอแจเรื่องของเลโอลีโอ
พรีสตองลุกขึ้นเดินไปเงียบๆ โดยมีชิดเดิ้ลมองจากข้างหลังอย่างมั้นใจเต็มร้อย
(แกจบแล้วล่ะพรีสตอง พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว)
(ของชั้น87คะแนน ของมิไซ72 และพวกที่ยังไม่ตัดสินใจ57)
(จะถูกรวมเข้ากับของเลโอลีโอ95คะแนน...)
(ทำให้คะแนนรวมเป็น311... ซึ่งมากกว่า50%!!)
(ประธานคนที่13 จะต้องเป็นเลโอลีโอ...!)
เลโอลีโอที่กำลังปราศัยได้ที่ ก็เริ่มใส่อารมณ์ของตัวเองออกไปผ่านไมค์ให้ฮันเตอร์ร่วม600นายได้ฟัง
"ผมทำอะไรไม่ได้...นอกจากเอาแต่เรียกกอร์น...'
"ทำได้แค่เรียกซ้ำไปซ้ำมา...!!"
"เพราะอย่างนั้น ถ้าผมได้เป็นประธาน"
"ผมจะเรียกพวกคุณทุกคนดูบ้าง!!"
"ได้โปรด!!"
"ช่วยกอร์น!!"
"แค่ช่วยกันคิด!!"
"แล้วถ้าคิดอะไรได้ ก็ทำซะ!!"
"ถ้ามีอะไรที่ผมทำได้บอกผมมา!! ผมยอมทำทุกอย่าง!!!!"
หลังจากพูดไปมาก เลโอลีโอที่ระบายออกไปหมดเปลือกก็สงบลง และเริ่มพูดปิดท้ายแบบนิ่งๆ
"บ้าเอ้ย... ผมไม่น่าพูดมากไปเลย"
"ลืมเรื่องบ้าบอนั่นไปซะ...จบล่ะ!!"
ชิดเดิ้ลที่เป็นตัวหลักของนักษัตรที่เพิ่งยกคะแนนให้เลโอลีโอไปหมดนั้นก็นั่งกอดอกฟังอยู่พร้อมๆกับคิดไปด้วย
.........
(จิน...)
(ทำไมนายถึงไม่ยอมหลบหมัดนั้น ตอนนี้ชั้นรู้แล้ว)
(ในตอนนั้นนายคงคิดว่า 'ถ้าเป็นเจ้านี่อาจจะทำได้ก็ได้')
(อย่างนี้แหละดีแล้ว... เขาจะได้เป็นประธาน ถ้ามีพวกเราคอยสนับสนุน)
(เขาจะต้องเป็นประธานที่ดีได้แน่ๆ)
ชิดเดิ้ลคิดพรางจับจ้องไปยังเลโอลีโอที่ยืนเหนียมอยู่หน้าเวที
แปะ แปะ
ในความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังจากเลโอลีโอพูดจบ เสียงปรบมือเปาะแปะ2-3เสียงก็เกิดขึ้น
...
แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ
และไม่นานนัก เสียงปรบมือก็เริ่มมากขึ้นๆ...
แปะ แปะ แปะ
จนในที่สุด
...
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ แปะ
เสียงปรบมือก็ดังกังวาลลั่นหอประชุมใหญ่แห่งนั้นไปทั่ว
เสียงปรบมือที่เหล่าฮันเตอร์น้อยใหญ่ต่างยกให้กับคำปราศัยของเลโอลีโอ พาลาดิไนท์ 1ในตัวเก็งประธานในขณะนี้
"......"
ท่ามกลางเสียงปรบมืนั้น พรีสตองได้แค่ทำหน้านิ่งเพียงเกาหัวเบาซึ่งเป็นท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
แล้วก็ถึงคิว...
"เอาล่ะ ต่อไปเราจะได้ฟังคำปราศัยจากผู้ได้ที่หนึ่งในรอบที่แล้ว... คุณพรีสตอง!"
"ทุกๆท่านช่วยเบาเสียงและตั้งใจฟังหน่อยค่า~~!!"
พียอนประกาศเรียกพรีสตองขึ้นเวที ท่ามกลางเสียงจอแจเรื่องของเลโอลีโอ
พรีสตองลุกขึ้นเดินไปเงียบๆ โดยมีชิดเดิ้ลมองจากข้างหลังอย่างมั้นใจเต็มร้อย
(แกจบแล้วล่ะพรีสตอง พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์แล้ว)
(ของชั้น87คะแนน ของมิไซ72 และพวกที่ยังไม่ตัดสินใจ57)
(จะถูกรวมเข้ากับของเลโอลีโอ95คะแนน...)
(ทำให้คะแนนรวมเป็น311... ซึ่งมากกว่า50%!!)
(ประธานคนที่13 จะต้องเป็นเลโอลีโอ...!)
พร้อมๆกับที่พรีสตองขึ้นปราศัย คิรัวร์ก็พานานิกะลอดม่านเข้ามาถึงปลายเตียงของกอร์น
"นานิกะ ทำให้กอร์น...กลับมาเป็นปกติที...!" คิรัวร์ขอ
"อื้ม"
นานิกะได้ตอบรับพร้อมใช้ดวงตาดำลึกมองตรงไปยังกอร์น
กอร์นที่นอนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นอยู่บนเตียงพร้องกองเลือดและสายระโยงระยางที่กำลังแย่งกันยื้อชีวิตของเขา
จบตอน
"นานิกะ ทำให้กอร์น...กลับมาเป็นปกติที...!" คิรัวร์ขอ
"อื้ม"
นานิกะได้ตอบรับพร้อมใช้ดวงตาดำลึกมองตรงไปยังกอร์น
กอร์นที่นอนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นอยู่บนเตียงพร้องกองเลือดและสายระโยงระยางที่กำลังแย่งกันยื้อชีวิตของเขา
จบตอน





0 ความคิดเห็น:
Post a Comment